วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 8 เรื่องแนวโน้มเทคโนโลยีการศึกษา

วันที่ 19 กรกฎาคม 2553

-แนวโน้มเทคโนโลยีการศึกษา
-การผลิตสื่อคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอนด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป
ในสัปดาห์นี้ ทราบถึงการเรียนการสอนที่สามารถโยงถึงแนวโน้มเทคโนโลยีการศึกษา ได้รู้ว่าในโลกสังคมแห่งการสื่อสารส่งผลกระทบให้เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงไปท่ามกลางกระแสของสังคมแห่งข้อมูลข่าวสาร ดังนั้นการศึกษาจึง
ได้รับผลกระทบเช่นเดียกันกับเทคโนโลยีการศึกษาได้พัฒนาก้าวหน้าตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งวิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการศึกษาอาจได้แก่ การเรียนการสอนในและนอกระบบ มีสภาพการเรียนการสอนตามอัธยาศัย ซึ่งทำให้เราได้รู้เรื่องต่าง ๆ มากมาย จากการเรียนในวันนี้ และยังมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มีความว่าอย่างไร เราก็สามารถได้รู้ในการเรียนในวันนี้
ส่วนการผลิตสื่อด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปนั้น เราสามารถสืบค้นด้วยตนเองหรือว่าเราจะศึกษาจากอาจารย์ผู้สอนกะได้ เรื่องนี้สามารถเข้าใจง่ายถ้าเราตั้งใจ เป็นการผลิตสื่อโดยมีโปรแกรมที่อาจารย์ให้มาก็อย่างเช่นที่เราทำไป ก็มี Ulead ซึ่งเป็นการทำวีดีโอที่เราสามารถใส่ความคิดสร้างสรรค์ของเราลงไปได้ โดยดูจากรูปแบบที่เราวางไว้ คือเราได้มีการทำบทไว้ก่อน แล้วเราจึงมาลงมือปฏิบัติ

วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 7 เรื่องการใช้โปรมแกรมUlead Video Studio และ จิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสื่อ

วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม 2553

กิจกรรมการเรียนในวันนี้ เป็นกิจกรรมที่อาจารย์ได้ให้งานที่แปลกใหม่ สำหรับบางคนที่ยังไม่เคยทำ คิดว่าคงได้ทำและได้เรียนรู้ในวันนี้ และต่อ ๆ ไป อาจารย์ให้ลงโปรแกรมและให้เรียนรู้เกี่ยวกับโปรมแกรมUlead Video Studio ได้ทำงานที่ต้องเกี่ยวกับโปรแกรมตัวนี้ แต่บางคนอาจจะได้เคยเรียนมาแล้วจากโรงเรียนเดิมของตน และในการทำงานครั้งนี้ต้องมีการวางแผนลวงหน้าด้วย เพราะในการทำผลิตสื่อมัลติมีเดียครั้งนี้ยังสามรถนำไปเขียนบทได้อีกด้วย วันนี้เป็นกิจกรรมที่สนุกมากเพราะสำหรับข้าพเจ้าได้เรียนรู้โปรแกรมที่ยังไม่เคยเล่น ไม่เคยทำมาก่อน และข้อมูลเหล่านี้สามารถ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 6 เรื่อง หลักและทฤษฎีของศิลปะกับงานเทคโนโลยีการศึกษา

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2553


วันนี้ข้าพเจ้าได้ทราบถึงหลักและทฤษฎีของศิลปะกับงานเทคโนโลยีการศึกษาว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร สัมพันธ์

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 6 เรื่อง หลักและทฤษฎีของศิลปะกับงานเทคโนโลยีการศึกษา

วันจันทร์ที่ 5 กรกฎาคม 2553



วันนี้ข้าพเจ้าได้ทราบถึงหลักและทฤษฎีของศิลปะกับงานเทคโนโลยีการศึกษาว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร สัมพันธ์กันยังไง
1. ทางด้านศิลปะเป็นสื่ออย่างหนึ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในทางการศึกษาหลายทาง อย่างเช่นนำมาทำเป็นภาพประกอบตกแต่งทางด้านเทคโนโลยีได้



2. ทราบว่าการศึกษาทางด้านหลักและทฤษฎีของศิลปะสามารถทำให้เรามีการฝึกการมีสมาธิไปในตัวด้วย เพราะศิลปะเองนั้นเป็นศาสตร์ที่ว่ด้วยการฝึกสมาธิ ฝึกความนิ่ง ความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เรามีจินตาการที่ก้าวไกล และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น



3. และวันนี้เป็นวันที่แต่ละกลุ่มได้นำเสนอผลงานจากครั้งก่อนที่เราได้ไปศึกษานอกสถานที่(สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล) และแต่ละกลุ่มก็มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำเสนอผลงานและอธิบายงานของกลุ่มตนเองได้อย่างมีหลักการและเหตุผล ความคิดของแต่ละกลุ่มก็แตกต่างกันไป มีรูปแบบไม่ซ้ำกัน



4. ได้เรียนรู้เรื่องวัสดุกราฟฟิก และเรื่องของแผนภูมิแบบต่าง ๆ ว่ามีความสำคัญมีการใช้อย่างไร



5. อาจารย์ ว่าที่เรือตรี ดร.อุทิศ บำรุงชีพ ได้ให้งานฝึกปฏิบัติการเขียนตัวอักษรพิ้นฐานด้วยปากกาหัวตัดมาเป็นการบ้าน ซึ่งข้าพเจ้าเองก็ไม่ถนัดแต่ว่าชอบทางด้านการเขียน ถึงแม้ว่าอาจจะเขียนไม่ค่อยสวยแต่ว่าก็ชอบ เพราะถ้าได้ฝึกเขียนตัวอักษรแบบนี้ด้วยปากกาหัวตัด แล้วเป็นตัวอักษรที่สวยงาม ก็ต้องพยายามให้ดีที่สุด เพราะงานที่เราได้รับมอบหมาย ต้องทำให้ดีที่สุด



สรุปว่า ในสัปดาห์นี้เป็นอีกสัปดาห์ที่ข้าพเจ้าได้เรียนอย่างมีความสุข และสนุกกับการเรียน เนื่องจากมีการบ้านที่ไม่ยากเท่าไรสำหรับตัวข้าพเจ้าเอง และอาจเป็นแนวที่ข้าพเจ้าชอบ เพราะมีเรื่องศิลปะมาเกี่ยวข้อง ได้เรียนผ่านทางเทคโนโลยี คือ โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการเรียนครั้งนี้ด้วย มีการทำงานส่งผ่านทางE-Learning ซึ่งดูแล้วง่ายมากแต่ถ้าเราไม่รอบคอบก็อาจผิดพลาดได้ง่ายมาก และอีกอย่างที่เราเรียนเทคโนโลยีสามารถฝึกสมาธิเราอีกได้อย่างหนึ่งด้วย

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 5 เรื่อง การศึกษานอกสถานที่(สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล)


วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2553

การไปศึกษานอกสถานที่(สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล)http://www.bims.buu.ac.th/
ข้าพเจ้ารู้สึกมีความสุขมากที่ได้ไปศึกษานอกสถานที่ เป็นที่ที่สวยงาม มาก บรรยากาศโดยรอบสดชื่นมาก
ความรู้ที่ข้าพเจ้าได้รับมีดั้งนี้

1. เรื่องสื่อการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น สื่อวัสดุกราฟฟิก สื่อวัสดุ 3 มิติ เป็นต้น

2. ประวัติของปลาและสัตว์น้ำแต่ละประเภท ว่ามีความเป็นมาอย่างไร มีความสำคัญ และมีโทษกับไม่มีโทษอย่างไร เราสามารถรู้ได้หมด โดยมีวิยากรมาคอยแนะนำ และเป็นมัคคุเทศก์

3. ได้่เที่ยวชม เป็นการเรียนนอกสถานที่ ที่ดีมาก รู้สึกสนุก และรู้สึกตื่นเต้น

4.

http://www.sanooktour.com/admin/images_total/travel_78.jpg

5. รู้จักลำดับจากประสบการณ์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดประสบการณ์ ที่เป็นนามธรรมที่สุด(Abstract Concrete Continuum) เรียกว่า "กรวยประสบการณ์" (Cone of Experience) ดังแผนภูมิ


6. ได้ดูปลาสวยงาม และปลาน่ารัก ๆ เป็นการเรียนนอกสถานที่ที่สนุกและได้รับความรู้มากด้วย

สรุปว่า จากการที่ได้ไปศึกษานอกสถานที่ ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล สนุกมากและได้ความรู้หลายเรื่อง ทั้งเรื่งความเป็นมา ของปลา หรือสัตว์น้ำชนิดอื่น รู้การอยู่อาศัยของปลาแต่ละชนิดว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ประทับใจในตัวอาจารย์อุทิศมาก ที่ได้พานิสิตไปเที่ยวชมและศึกษาที่ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กิจกรรมสัปดาห์ทีี่ 4 เรื่องการไปศึกษานอกสถานที่(วิทยาศาสตร์ทางทะเล)

วันที่ 21 มิถุยายน 2553

การไปศึกษานอกสถานที่ ที่สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล
1. ได้ทราบว่ามีสื่อบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่เคยเจอ แต่ก็ได้เจอ อย่างเช่น สื่อป้ายโฆษณา แปลกๆ แต่มีมัคคุเทศก์ คอยให้คำแนะนำ

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

กิจกรรมสัปดาห์ที่ 4 เรื่องการใช้E-learningมหาวิทยาลัยบูรพา


วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน 2553

1.1 องค์ประกอบการสื่อสารมีอะไรบ้าง ประกอบด้วย

1. ผู้ส่งข่าวสาร หรือแหล่งกำเนิดข่าวสาร (soure) อาจจจะเป็นสัญญาณต่าง ๆ เช่น สัญญาณภาพ ข้อมูลและเสียงเป็นต้น ในการติดต่อสื่อสารสมัยก่อนอาจจะใช้แสงไฟ ควันไฟ หรือท่าทางต่าง ๆ ก็นับว่าเป็นแหล่งกำเนิดข่าวสาร จัดอยู่ในหมวดหมู่นี้เช่นกัน

2. สาร (Message) เนื้อหาเรื่องราว ได้แก่ ได้แก่ เนื้อหาของสารหรือเรื่องราวที่ส่งออกมา เช่น ความรู้ ความคิด ข่าวสาร บทเพลง ข้อเขียน ภาพ เป็นต้น เพื่อให้ผู้รับรับข้อมูลเหล่านั้น

3. ช่องทาง (Channel) ในที่นี้อาจจะหมายถึงสื่อกลางหรือตัวกลาง ที่ข่างสารเดินทางผ่าน อาจจะเป็นอากาศ สายนำ สัญญาณต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งของเหลว เช่น น้ำ น้ำมัน เป็นต้น เปรียบเสมือนเป็นสะพานที่จะ ให้ข่าวสาร ข้ามจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง

4. ผู้รับ (Receiver) หมายถึง สิ่งที่เกิดจากการที่ผู้ส่ง ส่งเรื่องราวไปยังผู้รับ ผลที่เกิดขึ้น คือ การที่ผู้รับอาจนมีความเข้ใจหรือไม่รู้เรื่อง ยอมรับหรือปฏิเสธ พอใจหรือโกรธ สิ่งเหล่านี้เป็นผลของการสื่อสาร

5. ผล(Effect) หมายถึง สิ่งที่เกิดจากการที่ผู้ส่ง ส่งเรื่องราวไปยังผู้รับ ผลที่เกิดขึ้น คือ การที่ผู้รับอาจมีความเข้าใจ หรือไม่รู้เรื่อง ยอมรับหรือปฏิเสธ พอใจหรือโกรธ สิ่งเหล่านี้เป็นผลของการสื่องสาร

6. ผลย้อนกลับ(Feedback) เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องจากผล ซึ่งผู้รับส่งกลับมายังผู้ส่ง โดยผู้รับอาจแสดง อาการให้เห็น เช่น ง่วงนอน ปรบมือ ยิ้ม พยักหน้า ส่ายหน้า เพื่อเป็นข้อมูลที่ทำให้ผู้ส่งทราบว่า ผู้รับมีความพอใจหรือความเข้าใจในความหมายที่ส่งไปหรือไม่

http://i114.photobucket.com/albums/n270/mhajoy_2006/worknitnot/d.jpg


1.2 ให้นิสิตอธิบายถึงช่องทางในการสื่องสาร การเรียนการสอนในวันนี้
วันนี้ อาจารย์ ดร.อุทิศ บำรุงชีพ ได้นำพวกเราเข้าสู่ระบบ E-learning ของมหาวิทยาลัยบูรพาโดยให้นิสิต
1. เข้าสู่หน้าเว็บหลักของมหาวิทยาลัยบูรพา www.buu.ac.th
2. เข้าสู่ link E-learning http://ncourse.buu.ac.th/
3. ลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วยรหัสนิสิต
4. แก้ไขประวัติส่วนตัว (ใส่รูปภาพโปรไฟล์,ใส่ที่อยู่ จังหวัด ประเทศ)
5. เลือกรายวิชา 423210 Principle and Theory in Education Technology (ว่าที่เรือตรี ดร. อุทิศ บำรุงชีพ) (ถ้าระบบต้องการให้ใส่รหัส กรอกรหัส 423210)
6. รวมทั้งการใช้ Microsoft Powerpoint

1.3 ให้เขียนชื่อ URL Blog ของนิสิตที่สมัคร eblogger
http://piyakorn53540364.blogspot.com/